ดูซีรี่ย์ ญี่ปุ่น Switched สลับร่างผลัดกันเป็นสาวป๊อป พล็อตแนวสลับร่างเป็นพล็อตที่ถูกสร้างกันในสื่อต่างๆ อย่างไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังไทยอย่าง หวานมันฉันคือเธอ (1987) รวมถึงหนังยอดนิยมของญี่ปุ่นอย่าง Yout Name (2016) อาจเพราะลูกเล่นของพล็อตอันเหนือธรรมชาติ ที่ทำให้ยังคงถูกนำมาใช้สร้างความบันเทิงทั้งในแง่มุมแบบหนังตลกไปจนหนังที่มีโทนจริงจังดังเช่น Switched ซีรี่ส์ญี่ปุ่นความยาวสั้นๆ เพียง 6 ตอน ความยาวเพียงตอนละ 35 นาทีที่ผลิตเพื่อฉายทาง Netflix

Switched ซีรี่ส์เป็นผลงานกำกับ ฮิโรอากิ มัตสึยามะ (ซีรี่ส์ Liar Game-2007 และ Honey and Clover-2008) โดยเป็นการดัดแปลงจากมังงะเรื่อง Sora wo Kakeru Yodaka ผลงานเรื่องดังของ ชิกิ คาวาบาตะ ที่ตีพิมพ์ระหว่างปี ค.ศ.2014-2015 ในนิตยสารการ์ตูนผู้หญิง Bessatsu Margaret โดยได้สองดารานำชาย โทโมฮิโระ คามิยามะ และ ไดกิ ชิเงะโอกะ ซึ่งเป็นสมาชิกวง Johnny’s WEST วงบอยแบนด์จากคันไซสังกัดค่าย Johnny’s Entertainment ซึ่งต่างไปจากเรื่องแนวสลับร่างส่วนใหญ่ที่มักนำเสนอในสไตล์โรแมนติค-คอเมดี้ เพราะซีรี่ส์ให้บรรยากาศโทนลึกลับพร้อมๆ กับเรื่องโรแมนติคแทนที่ สวนทางกับชื่อภาษาไทยใน Netflix ว่า “ผลัดกันเป็นสาวป๊อป” อยู่ไม่น้อยเลย

เรื่องเริ่มต้นในเช้าวันหนึ่งขณะที่ อายูมิ (คายะ คิโยฮาระ) สาวสวยและขวัญใจเพื่อนๆ ประจำชั้นกำลังมีนัดเดทวันแรกกับโคชิโร่(โทโมฮิโระ คามิยามะ) หนึ่งในสองเพื่อนสนิทในโรงเรียนที่เขาสารภาพรักกับตน และเธอก็แอบชอบเช่นกัน ทุกอย่างเหมือนจะเป็นวันอันแสนสดใส เป็นความรักระหว่างคู่รักคู่หนึ่งที่เหมาะสมกัน แต่แล้วขณะกำลังเดินทางไปยังจุดนัดพบ อายูมิก็ได้รับโทรศัพท์จาก เซนโกะ(มิอุ โทมิตะ) เด็กสาวร่างอ้วนและไม่มีใครคบของห้อง ซึ่งบอกว่าเธอจะฆ่าตัวตาย ทันทีที่หันไปพบร่างดังกล่าวร่วงหล่นลงมาจากตึก อายูมิก็สลบไปพร้อมกัน เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างของตนกลายเป็นเซนโกะ อุมิเนะ ไปเรียบร้อยแล้ว…

อายูมิ ได้พบว่า เซนโกะ ได้กลายเป็นเธอแทนที่ ซึ่งไม่ใช่เพียงการสลับร่างที่ราวกับคนละคน แต่ยังรวมถึงชีวิตที่ต่างกันลิบลับ ในขณะที่เดิมเธอมีครอบครัวมีอันจะกินที่อบอุ่น เซนโกะ กลับอยู่ในบ้านเล็กๆ รกไร้ระเบียบแสนคับแคบสกปรก มีแม่ที่พร้อมจะดุด่าตบตีเธอตลอดเวลา เธอเองพยายามจะอธิบายให้คนเข้าใจถึงเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น แต่กลับถูกหัวเราะเยาะไม่มีใครเชื่อแม้แต่แฟนของตนอย่าง โคชิโร่

มีเพียงแค่ ชุนเป คากะ(ไดกิ ชิเงะโอกะ) เพื่อนสนิทอีกคนเท่านั้นที่เมื่อบอกไปไม่นาน เขาก็มองเห็นบุคลิกบางอย่างในตัวเธอได้เร็วกว่าใคร และค่อยๆ พาเธอจากเด็กสาวหดหู่ตามชีวิตของ เซนโกะ ให้เข้ากับเพื่อนในห้องได้อีกครั้ง พร้อมๆ กับการช่วยไขปริศนาว่าทำไมอายูมิถึงสลับตัวกับเซนโกะได้

ความสนุกของหนังอยู่ตรงการสร้างบรรยากาศลึกลับไม่น่าไว้วางใจของตัวซีรี่ส์ จากเดิมที่เราเห็น โคชิโร่ กับ ชุนเป เป็นเพื่อนสนิทกันกับอายูมิตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยความรู้สึกอยากเป็นอีกคนของโคชิโร่เพราะบุคลิกที่เด่นแตกต่างกัน คนหนึ่งเป็นหนุ่มดาวเด่นเก่งทั้งเรียนและกีฬา แต่กลับไม่ได้มีแรงดึงดูด หรือมีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนเทียบเท่าชุนเป ที่ดูเหมือนทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพาย ติดเกมโทรศัพท์มือถือ แต่กลับโน้มน้าวใจเพื่อนๆ ให้อยู่ในบรรยากาศสนุกสนานกับเขาเสมอ ซึ่งตรงนี้ทำให้เนื้อเรื่องคาดเดาได้หลายทางว่าสุดท้ายความสัมพันธ์แบบสี่เส้าของ สองหนุ่ม และสองสาวต่างบุคลิกจะลงเอยอย่างไร ?

หากแม้จะพยายามมองข้ามไปแล้วเพราะความที่ต้นฉบับของเรื่องคือมังงะ และงานของผู้กำกับ ฮิโรอากิ มัตสึยามะ เองก็เน้นไปที่การดัดแปลงแบบที่ยังคงความล้น ฉูดฉาด ความแฟนตาซีแบบการ์ตูนญี่ปุ่น แต่ด้วยพล็อตและเหตุผลการอธิบายถึงการสลับร่างจากปรากฎการณ์พระจันทร์สีเลือดจึงอาจดูไม่น่าเชื่อถือนัก ส่วนหนึ่งก็เพราะวิธีการกำกับที่ดูล้นๆ ผ่านการแสดงอีกทางหนึ่งนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการให้บุคลิกของเซนโกะเป็นสาวอ้วนที่ไม่ดูแลตัวเอง ทำผมปรกหน้าตลอดเวลา หรือเซนโกะในร่างอายูมิเองที่เวลาเก็บกดจะกัดนิ้วโป้งอย่างแรงจนหลายครั้งก็ดูตลกเกินไปสักนิด (เพราะมีฉากดังกล่าวบ่อยเหลือเกิน)

แต่ในอีกทางหนึ่งประเด็นความงามที่ใจของเรื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นการสลับร่างที่ไม่ได้เปลี่ยนนิสัยใจคอ หรือภายในของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ก็ถูกขับเน้นผ่านการแสดงดังกล่าว ขณะที่เซนโกะได้รับการแนะนำจากชุนเป สาวอ้วนบุคลิกหดหู่ไม่มีใครคบ ก็กลับดูสดใสขึ้นมาได้ พร้อมๆ กับการมีเพื่อนๆ รายล้อมมากกว่าก่อน ผิดกับอายูมิที่แม้จะเป็นสาวสวย มีเพื่อนห้อมล้อม หากทำตัวฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด ขาดสติ เป็นคนเก็บกดเช่นเซนโกะคนเดิม ความสวยดังกล่าวก็ไม่มีประโยชน์เพราะสุดท้ายคนก็จะเริ่มออกห่างเธอไปเองจากภาพลักษณ์ที่ดูน่ากลัวกว่าเก่า

สิ่งที่ทำให้ Swtiched เป็นงานที่น่าสนใจกว่าประเด็นข้างต้นคือช่วงท้ายที่ซีรี่ส์พาไปรู้จักตัวตนของเซนโกะ สาวร่างอ้วนที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ที่คนดูมองเห็นแต่ด้านลบของเธอ ไม่ว่าจะนิสัยก้าวร้าว หดหู่ เก็บกด เจ้าคิดเจ้าแค้น มันถูกเผยให้เห็นถึงความเป็นจริงที่หากเราไม่ยอมรับและเข้าใจเธอที่ถูกเปรียบเสมือนเป็นคนนอกในสายตาของคนอื่น เราก็อาจไม่มีทางผ่านปัญหานี้ไปได้ โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องยอมรับว่าสังคมปกติยังไงเสียงก็รังเกียจคนรูปร่างหน้าตาไม่ดีมากกว่า

น่าเสียดายว่ามันมามุ่งเน้นเรื่องดังกล่าวไม่มากนัก ก่อนจะรีบรวบรัดจบเพื่อไม่ให้เห็นจุดจับผิดของก